ภาษาอื่น

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ (อังกฤษ: The most illustrious order of the royal house of Chakri) มีอักษรย่อว่า ม.จ.ก. เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติยศในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี[1] ซึ่งพระมหากษัตริย์จะพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ที่สืบเนื่องโดยตรงในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกหรือผู้ซึ่งพระบรมวงศานุวงศ์ดังกล่าวได้เสกสมรส นอกจากนี้ ยังสามารถพระราชทานแก่ประมุขของต่างประเทศด้วย[2]

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์จัดเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่มีลำดับเกียรติสูงสุด ก่อนที่จะมีการสร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์[3] ปัจจุบัน มหาจักรีบรมราชวงศ์จัดเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่มีลำดับเกียรติเป็นลำดับที่สอง รองจากราชมิตราภรณ์ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานแด่ประมุขของต่างประเทศเท่านั้น[4]

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

เมื่อปี พ.ศ. 2425 ในโอกาสครบรอบการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานีมาเป็นเวลาครบ 100 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้สร้างเครื่องราชอิสริยยาภรณ์เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเป็นการเฉลิมพระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระราชทานนามเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ว่า "เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์" หรือเรียกอย่างย่อว่า "ตรามหาจักรีบรมราชวงศ์" สำหรับพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ที่สืบเนื่องโดยตรงในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

ตรามหาจักรีบรมราชวงศ์นี้ มีพระมหากษัตริย์เป็นประธานแห่งเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ และพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งสิ้น 71 สำรับ โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ได้แก่

  • ฝ่ายหน้า ผู้เป็นใหญ่แห่งเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ฝ่ายหน้า เรียกว่า มหาสวามิศราธิบดี (พระมหากษัตริย์ หรือ พระบรมวงศานุวงศ์ที่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง) คณะผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ฝ่ายหน้า เรียกว่า คณาภยันดร และผู้ที่ได้รับพระราชทานตราเฉพาะพระองค์ เรียกว่า ภราดร เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ฝ่ายหน้า รวมทั้งสิ้น 42 สำรับ
  • ฝ่ายใน ซึ่งผู้เป็นใหญ่แห่งเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ฝ่ายใน เรียกว่า มหาสวามินี (สมเด็จพระบรมราชเทวี) คณะผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ฝ่ายใน เรียกว่า คณาภยันดรี และผู้ที่ได้รับพระราชทานตราเฉพาะพระองค์ เรียกว่า ภคินี เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ฝ่ายใน รวมทั้งสิ้น 29 สำรับ

นอกจากนี้ เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์นี้ยังสามารถพระราชทานแก่พระประมุขของต่างประเทศ เรียกว่า กิตติมศักดิ์คณาภยันดร โดยนับแยกจำนวนจากสำหรับพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์[1]

หลังจากนั้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้มีการตราพระราชบัญญัติของเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ขึ้นใหม่ โดยลดจำนวนเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์เหลือ 25 สำรับ สำหรับพระมหากษัตริย์ 1 สมเด็จพระบรมราชินี 1 และพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ 23 สำรับ รวมทั้ง ยกเลิกตำแหน่งต่าง ๆ เช่น มหาสวามิศราธิบดี มหาสวามินี ซึ่งพระราชบัญญัติเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ พ.ศ. 2484 นี้ เป็นพระราชบัญญัติของเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ที่ใช้จนถึงปัจจุบัน[2]

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์จัดเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่มีลำดับเกียรติสูงสุด ก่อนที่จะมีการสร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช[3] ปัจจุบัน มหาจักรีบรมราชวงศ์จัดเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่มีลำดับเกียรติเป็นลำดับที่สอง รองจากราชมิตราภรณ์ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานแด่ประมุขของต่างประเทศเท่านั้น แต่เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ยังจัดเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดที่พระราชวงศ์จะได้รับพระราชทาน[4]

[แก้] องค์ประกอบของ ม.จ.ก

บน : ม.จ.ก. ฝ่ายหน้า (บุรุษ) ล่าง : ม.จ.ก. ฝ่ายใน (สตรี)
บน : ม.จ.ก. ฝ่ายหน้า (บุรุษ)
ล่าง : ม.จ.ก. ฝ่ายใน (สตรี)

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ มีชั้นสายสะพายเพียงชั้นเดียว แบ่งออกเป็นฝ่ายหน้า (บุรุษ) และ ฝ่ายใน (สตรี) สำหรับพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินีนั้น จะมีลักษณะเช่นเดียวกับที่พระราชทานแก่ฝ่ายหน้าและฝ่ายใน แต่ตรามหาจักรี สายสร้อย และดาราจักรีนั้นจะประดับเพชรทั้งหมด ม.จ.ก. 1 สำรับ ประกอบด้วย[2]

[แก้] ฝ่ายหน้า

  1. ตรามหาจักรี ด้านหน้าเป็นรูปจักร 8 กลีบ ลงยาสีขาว มีรูปตรีศูลเงิน ระหว่างกลีบจักรกลางวงจักรเป็นรูปปทุมอุณาโลมประดับเพชร พื้นลงยาสีฟ้า ขอบลงยาสีแดง มีอักษรทองเป็นคาถาภาษิตภาษาบาลีว่า "ติรตเนสกรัฏ์เฐจ สัมพํเสจมมายนํ สกราโชชุจิต์ตัญ์จ สกรัฏ์ฐภิวัฑํฒนํ" สามารถถอดเป็นรูปการเขียนภาษาบาลีด้วยอักษรไทยแบบปัจจุบัน ดังนี้ "ติรตนเน สกรฏฺเฐ จ สมฺพํเส จ มมายนํ สกราโชชุจิตฺตญฺจ สกรฏฺฐภิวฑฺฒนํ" ซึ่งแปลว่า "ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง"[5] รอบขอบเป็นมาลัยชัยพฤกษ์ ใบลงยาสีเขียว ดอกลงยาสีชมพูใต้พวงมาลัยเป็นแพรแถมลงยาสีชมพู มีอักษรย่อเป็นภาษิตของเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์นี้ว่า ร.จ.บ.ต.ว.ห.จ. ย่อมาจาก "เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ" ซึ่งปรากฏเป็นภาษิตของเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าด้วย[5] เบื้องบนมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ป.ร.ร. 4 ไขว้กัน โดยย่อมาจากคำว่า "บรมราชาธิราชรามาธิบดีที่ 4" อันหมายถึง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์[5] และมีพระมหามงกุฎทองรัศมีเงิน ด้านหลังเป็นรูปครุฑปราสาท มหามงกุฏ และจุลมงกุฏทำด้วยทอง พื้นลงยาสีเขียว ขอบรอบลงยาสีแดง และมีอักษรทองว่า "ปีมะเมีย จัตวาศก ศักราช 1244" ห้อยกับสายสร้อยเป็นรูปอุณาโลมลงยา กลางอุณาโลมประดับเพชร สลับกันไปกับจักรีแฝดลงยา มีสร้อยทองยึดตลอด ยาว 55 เซนติเมตร ใช้สำหรับสวมคอ
  2. ตราจุลจักรี เป็นรูปจักรและตรีศูลขัดกัน เบื้องบนเป็นเครื่องอัษฎาวุธและเครื่องพิชัยสงครามไขว้กัน ทำด้วยทองและมีคาถาภาษิตในวงจักรอย่างเดียวกับตรามหาจักรี ใช้ห้อยกับแพรแถบสีเหลืองกว้าง 10 เซนติเมตร สะพายบ่าซ้าย เฉียงลงทางขวา
  3. ดาราจักรี เป็นรูปจักร 10 กลีบ ลงยาสีขาว มีรูปตรีศูลเงินและรัศมีเปลวสีเงินสลับกันไปรอบกลีบจักร กลางดาราเป็นรูปปทุมอุณาโลมประดับเพชรขอบลงยา และมีคาถาภาษิตเช่นเดียวกับตรามหาจักรีเว้นแต่ไม่มีพวงมาลัย ใช้ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย

[แก้] ฝ่ายใน

  1. ตรามหาจักรี มีลักษณะเช่นเดียวกับที่พระราชทานสำหรับฝ่ายหน้า แต่ขนาดเล็กกว่า ประดับเพชรทั้งดวง ใช้ห้อยสายสร้อยลงยาประดับเพชรสำหรับสวมคอ หรือใช้ห้อยกับแพรแถบสีเหลืองกว้าง 3 เซนติเมตร ผูกเป็นรูปแมลงปอ ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย
  2. ตราจุลจักรี มีลักษณะเช่นเดียวกับที่พระราชทานสำหรับฝ่ายหน้า แต่ขนาดเล็กกว่า ใช้ห้อยกับแพรแถบกว้าง 7.5 เซนติเมตร สะพายบ่าซ้าย เฉียงลงทางขวา
  3. ดาราจักรี มีลักษณะเช่นเดียวกับที่พระราชทานสำหรับฝ่ายหน้า แต่ขนาดเล็กกว่า ใช้ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องหมายสำหรับประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยมีลักษณะเป็นรูปปทุมอุณาโลมเพชรสร่งเงิน และเครื่องหมายที่ใช้เป็นดุมเสื้อเป็นรูปดอกไม้จีบด้วยแพรแถบของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีสิทธิใช้ประดับเป็นดุมเสื้อเวลาแต่งเครื่องสากลโดยให้ประดับที่รังดุมคอพับของเสื้อชั้นนอกเบื้องซ้าย[6] และสามารถใช้ประดับเมื่อสวมชุดไทย โดยบุรุษมีสิทธิใช้ประดับเป็นดุมเสื้อเวลาแต่งเสื้อชุดไทยสีสุภาพ โดยประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย บริเวณปากระเป๋าเสื้อ ส่วนสตรีนั้น มีสิทธิใช้ประดับเป็นดุมเสื้อเวลาแต่งเสื้อชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ และชุดไทยบรมพิมาน โดยประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย[7]

[แก้] พระราชลัญจกรประจำเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์

พระราชลัญจกรประจำเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์
พระราชลัญจกรประจำเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์

พระราชลัญจกรประจำเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ลักษณะเป็นตรางารูปกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 7.7 เซนติเมตร สูง 11.3 เซนติเมตร ลายภายในเป็นรูปจักรและตรีไขว้กัน บริเวณด้านซ้ายของจักรีและตรีนั้น เป็นรูปประทุมอุณาโลมมีรัศมี (พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 1) ส่วนด้านขวานั้น ประกอบด้วย รูปครุฑ (พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 2) , ปราสาท (พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 3) มหามงกุฎ (พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 4) และจุลมงกุฎ (พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 5) บริเวณขอบจักรนั้นมีอักษรเป็นคาถาภาษิตสำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ คือ "ติรตเนสกรฏฺเฐจ สมฺพํเสจมมายนํ สกราโชชุจิตฺตญฺจ สกรฏฺฐาภิวัฑฺฒนํ"

ส่วนขอบรอบดวงตรานั้นจารึกว่า "พระราชลัญจกร สำหรับเครื่องขัตติยราชอิสริยยศ อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่ง ตรามหาจักรีบรมราชวงษ" พระราชลัญจกรประจำเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์นี้ ใช้สำหรับประทับข้อพระราชบัญญัติ คำประกาศ ตราตั้งคำสั่ง และหนังสือสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์[1] ในปัจจุบัน พระราชลัญจกรนี้พ้นสมัย และเก็บรักษาอยู่ที่กองประกาศิต สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่วนการประทับพระราชลัญจกรลงในใบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ จะประทับพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์กำกับพระปรมาภิไธยแทน[8]

[แก้] ผู้ได้รับพระราชทาน ม.จ.ก.

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประธานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะทรงพระราชทานและเรียกคืนเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์นี้ได้ ปัจจุบัน เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์มีจำนวน 25 สำรับ สำหรับพระมหากษัตริย์ 1 สำรับ สมเด็จพระบรมราชินี 1 สำรับ และพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ที่สืบเนื่องโดยตรงในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกหรือผู้ซึ่งพระบรมวงศานุวงศ์ดังกล่าวได้เสกสมรสด้วยอีก 23 สำหรับ นอกจากนี้ ยังสามารถพระราชทานแก่ประมุขของต่างประเทศซึ่งไม่นับรวมใน 25 สำรับอีกด้วย[2]

ผู้ได้รับพระราชทาน ม.จ.ก. จะได้รับใบประกาศนียบัตรทรงลงพระปรมาภิไธยและประทับพระราชลัญจกร อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ได้รับ ม.จ.ก. สิ้นพระชนม์ ผู้รับมรดกจะต้องส่งเครื่องขัตติยราชอิรสริยาภรณ์คืนภายใน 30 วัน ถ้าส่งคืนไม่ได้กองมรดกจะต้องรับผิดชอบ หรือในกรณีที่ทรงเรียก ม.จ.ก. คืนจากผู้ได้รับพระราชทานนั้น ถ้าผู้รับพระราชทานไม่สามารถส่งคืนได้ ต้องใช้ราคาเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์นั้น[2]

[แก้] รายพระนามและรายนามผู้ได้รับพระราชทาน ม.จ.ก.

นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นองค์ประธานของเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งสมเด็จพระบรมราชินีแล้วนั้น มีผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์นั้น ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงปัจจุบัน มีหลายพระองค์ด้วยกัน อาทิเช่น

นอกจากนี้ ยังใช้สำหรับพระราชทานให้แก่ประมุขของต่างประเทศด้วย ซึ่งพระราชทานก่อนมีการสร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ อาทิเช่น

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 1.2 ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติสำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงษ์, เล่ม ๑๑, ตอน ๑๔, ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๓๖, หน้า ๑๐๗
  2. ^ 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติเครื่องขัดติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรื่องยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔, เล่ม ๕๘, ตอน ๐ก, ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๔, หน้า ๑๕๔๑
  3. ^ 3.0 3.1 ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ลำดับเกียรติและระเบียบการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย, เล่ม ๕๙, ตอน ๒ก, ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕, หน้า ๑๗๔
  4. ^ 4.0 4.1 ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ลำดับเกียรติเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย, เล่ม ๑๑๐, ตอน ๒๙ง ฉบับพิเศษ, ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖, หน้า ๑
  5. ^ 5.0 5.1 5.2 หนังสือประวัติกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและความรู้เกี่ยวด้วยพระราชลัญจกรกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2494, หน้า 83
  6. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชกฤษฎีกากำหนดเครื่องหมายสำหรับประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์และที่ใช้เป็นดุมเสื้อ พ.ศ. ๒๔๙๘, เล่ม ๗๒, ตอน ๙๐ ก, ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๘, หน้า ๑๕๗๑
  7. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชกฤษฎีกากำหนดเครื่องหมายสำหรับประดับแพรถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์และที่ใช้เป็นดุมเสื้อ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘, เล่ม ๑๐๒, ตอน ๙๖ ก ฉบับพิเศษ, ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๘, หน้า ๑
  8. ^ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. พระราชลัญจกร -- กรุงเทพ : อมรินทร์พริ้นติ้ง,, พ.ศ. 2538. (ISBN 974-7771-63-2)

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย
เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ราชมิตราภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์นพรัตนราชวราภรณ์จุลจอมเกล้ารามาธิบดีช้างเผือกมงกุฎไทยดิเรกคุณาภรณ์รามกีรติรัตนวราภรณ์วัลลภาภรณ์วชิรมาลา

เหรียญราชอิสริยาภรณ์

บำเหน็จในความกล้าบำเหน็จในราชการบำเหน็จในพระองค์ที่ระลึก

หมวดหมู่ · สถานีย่อย

Przewodnik po zarabianiu yerba życzenia Perfumeria Forex Humor na koszulkach agencja reklamowa kraków Informatyka suplementy sprzęt wędkarski Okna drewniane Cena Nikon D3 Wózki widłowe Typy Bukmacherskie Maszyny kick koparki Bułgaria wczasy Karaoke expekt COOLsurf