|
|
|
หมวดหมู่:สิ่งมีชีวิตที่สูญพันธ์โลกเมื่อประมาณ240-65ล้านปีก่อนเป็นยุคของไดโนเสาร์แต่..เมื่อประมาณ65ล้านปีก่อน..ได้เกิดภัยพิบัติอย่างมหันต์นั่นคือมีหินอุกกาบาตพุ่งเข้าชนโลกจนเกิดการระเบิดและแผ่นดินไหว จากนั้นภูเขาไฟก็ระเบิดพร้อมกันทำให้เกิดลาวาและก๊าซพิษโลกจึงถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันจึงทำให้แสงอาทิตย์ไม่สามารถผ่านเข้ามายังโลกได้ ไดโนเสาร์จึงพากันล้มตายเพราะฝุ่นควันและก๊าซพิษ ต่อจากนั้นไม่นานโลกก็กลายเป็นยุคน้ำแข็งเริ่มประมาณ65ล้านปีก่อน เมื่อเข้าสู่ความหนาวต้นไม้ก็ตายหมด ไดโนเสาร์กินพืชก็ล้มตายเพราะขาดอาหารไดโนเสาร์กินเนื้อก็กินสัตว์ที่ตายไปจนหมด ในที่สุดก็ต้องกินกันเอง ในที่สุดไดโนเสาร์ก็สูญพันธ์ เหลือเพียงแต่สัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์ที่มีขนหนา เช่น ช้างแมมมอธ วัว กวาง เสือเขี้ยวดาบ ที่สามารถอยู่ได้ และผ่านไป100000ปีฝุ่นควันก็จางหายไป ทำให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงได้ หิมะจึงละลาย และเกิดต้นไม้ ป่าไม้ สัตว์ป่ามากมาย สัตว์ที่มีขนหนาก็อพยพไปอยู่แถบตะวันออกที่หนาวเย็น จากนั้นก็แล้วมีมนุษย์เกิดขึ้น เป็นยุคเเรกเรียกว่ามนุษย์ยุคหิน อาศัยอยู่แถบเดียวกับสัตว์ขนหนา ในที่นั้นเป็นที่หนาวเย็นมนุษย์จึงคิดวิธีที่ทำให้อยู่รอด โดยการใส่เสื้อผ้าที่ทำจากสัตว์ขนหนา อาศัยหิน ต่อสู้กับช้างแมมมอธเพื่อนำเนื้อมาเป็นอาหารส่วนกระดูกและหนังนำมาสร้างเป็นที่อยู่อาศัย จนหมดยุคน้ำแข็งโลกจึงเปลี่ยนแปลงเป็นอากาศร้อนสัตว์ขนหนาจึงพากันล้มตาย อีกส่วนหนึ่งก็เกิดการล่าของมนุษย์ โดยการตะโกน การส่งเสียง และการใช้ไฟ เพื่อทำให้แมมมอธกลัวและตกใจ บางตัวจึงต้องตกหน้าผาตาย ช้างแมมมอธจึงลดจำนวนลงเรื่อยๆในที่สุดก็สูญพันธ์ เป็นเพราะโลกร้อนและการล่าของมนุษย์นั่นเอง
เรื่อง by ...วรัญญา
waranya sungtong
อ้างอิง หนังสือ สาวดอกไม้ กะ นายกล้วยไข่
ฉบับที่ 170 issn 1513-9395
สำนักพิมพ์ บรรลือสาส์น
บทความในหมวดหมู่ "สิ่งมีชีวิตที่สูญพันธ์"มีบทความ 1 หน้าในหมวดหมู่นี้จากทั้งหมด 1 หน้า ช |