|
เครื่องมือ |
ฟุตบอลทีมชาติไทย
ฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนของประเทศไทยของทีมชาย ในการแข่งขันระดับนานาชาติ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2458 บริหารทีมโดย สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยในปัจจุบัน ทีมชาติไทย ยังไม่มีผลงานที่โดดเด่นในระดับโลก ซึ่งทีมไทยยังไม่เคยได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก แต่ได้เข้าร่วมแข่งในกีฬาโอลิมปิก 2 ครั้ง ส่วนในระดับทวีปเอเชียนั้น ทีมชาติไทย เคยได้อันดับสูงสุดคืออันดับที่ 3 ในเอเชียนคัพ 1972 ในปี พ.ศ. 2515 ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ และในเอเชียนเกมส์ ทีมไทยได้เข้าร่วม 4 ครั้ง โดยได้อันดับสูงสุดคือได้เข้าร่วมในรอบสี่ทีมสุดท้าย ส่วนการแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียนนั้น ทีมไทยเป็นแชมป์ซีเกมส์ 13 ครั้ง อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 3 ครั้ง และคิงส์คัพที่จัดขึ้นในประเทศไทย 12 ครั้ง ล่าสุดทีมชาติไทยได้เหรียญทองในซีเกมส์ 2007 หลังจากชนะทีมชาติพม่า 2 ประตูต่อ 0 ส่วนในด้าน ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก ทีมไทยผ่านเข้าสู่รอบที่ 3 โดยจับฉลากแข่งสายเดียวกับ ญี่ปุ่น โอมาน และ บาห์เรน
[แก้] ประวัติทีมชาติไทย[แก้] เริ่มต้นทีมชาติไทยฟุตบอลทีมชาติไทยก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2458 ซึ่งในขณะนั้นทีมชาติถูกเรียกว่า คณะฟุตบอลสำหรับชาติสยาม โดยได้ทำการลงแข่งเป็นครั้งแรกกับทีมฝ่ายยุโรปในประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2458 ที่ สนามราชกรีฑาสโมสร หลังจากนั้นหนึ่งปีต่อมา ปี 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนา สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยขึ้นในชื่อ "สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศสยาม" ในปี 2473 ทีมชาติไทยได้ถูกเชิญไปเล่นที่อินโดจีนต้อนรับการเสด็จประพาสอินโดจีนของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นการแข่งขันครั้งแรกของทีมชาติไทยในต่างประเทศ โดยได้แข่งขันทั้งหมด 4 นัด ระหว่างวันที่ 14-20 เมษายน โดยแข่งกับทีมที่ทางชาติอินโดจีนซึ่งเป็นทีมที่มีผู้เล่นผสมผสานระหว่างชาวเวียดนามกับชาวฝรั่งเศส [แก้] เข้าสู่ระดับโลก
ในปี พ.ศ. 2499 พล.ต. เผชิญ นิมิบุตร ซึ่งเป็นนายกสมาคม ได้มีการหาผู้เล่นจากหลายสโมสรเพื่อจัดตั้งทีมที่จะลงแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 16 ซึ่งถูกจัดขึ้นที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยเป็นครั้งแรกของทางทีมที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมใน กีฬาโอลิมปิก ในการแข่งขันนั้นเป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออก ทีมไทยจับฉลากได้แข่งกับ ทีมชาติสหราชอาณาจักร (ซึ่งมักจะเข้าใจผิดว่าเป็นทีมชาติอังกฤษ [1]) ใน วันที่ 26 พฤศจิกายน โดยทีมไทยพ่ายแพ้ไป 9 ประตูต่อ 0 ซึ่งเป็นสถิติแพ้สูงสุดของทีมไทยจวบจนปัจจุบันนี้ โดยในรอบที่สอง ทีมสหราชอาณาจักรก็พ่ายแพ้ให้กับทีมชาติบัลแกเรีย 6 ประตูต่อ 1 โดยทีมชาติบัลแกเรียได้เหรียญทองแดง ทีมชาติยูโกสลาเวีย ได้เหรียญเงิน และทีมชาติโซเวียตได้เหรียญทองไปครอง[2] ภายหลังจากการแข่งขัน หนังสือพิมพ์สยามนิกร ฉบับวันที่ 28 พฤศจิกายน ได้พาดหัวข่าวหน้ากีฬาว่า "ทีมชาติอังกฤษเฆี่ยนทีมชาติไทย 9 - 0" ซึ่งภายหลังจบการแข่งขัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้ส่ง พล.ต.ดร.สำเริง ไชยยงค์ นักฟุตบอลในชุดโอลิมปิกนั้น ไปศึกษาพื้นฐานการเล่นฟุตบอลจากประเทศเยอรมนีเพื่อให้กลับมาสอนการเล่นฟุตบอลให้แก่ทีมไทย
นักฟุตบอลไทยและผู้ฝึกสอน ในปี 2549 ที่ลงแข่งขันใน เอเชียนเกมส์ 2006 ที่กาตาร์
ในปี 2508 ทีมชาติไทยได้เหรียญทองในการแข่งขันฟุตบอลในกีฬาแหลมทอง (หรือซีเกมส์ในปัจจุบัน) เป็นครั้งแรก โดยการแข่งขันครั้งนั้นถูกจัดขึ้นที่ เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และต่อมาไทยยังคงได้แชมป์ซีเกมส์อีกหลายครั้ง โดยรวมทังสิ้น 12 ครั้ง และอีกสามปีต่อมา ในปี 2511 ทีมไทยได้เข้าร่วมโอลิมปิกอีกครั้ง โดยเป็นโอลิมปิกครั้งที่ 19 ซึ่งจัดขึ้นที่ เมืองเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก ในคราวนี้เป็นการแข่งขันแบบจับกลุ่มกลุ่มละสี่ทีม ทีมไทยแพ้สามครั้งติดต่อกัน โดยแพ้ให้กับ ทีมชาติบัลแกเรีย 7 ประตูต่อ 0 , ทีมชาติกัวเตมาลา 4 ประตูต่อ 1 และ ทีมชาติเช็กโกสโลวาเกีย 8 ประตูต่อ 0 ทำให้ทีมไทยตกรอบแรกในการแข่งขัน ซึ่งผู้ชนะในคราวนี้ คือทีมชาติฮังการี ได้เหรียญทองไปครอง ในปี 2515 ประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอล เอเชียนคัพ 1972 ซึ่งเป็นการจัดการแข่งขันเอเชียนคัพครั้งที่ 5 โดยในการแข่งขันนี้ ทีมชาติไทยได้อันดับที่ 3 โดยยิงลูกโทษชนะทีมชาติกัมพูชา 5 ประตูต่อ 3 ภายหลังจากเสมอกัน 2 ต่อ 2 ซึ่งในการแข่งขันนี้ ทีมชาติอิหร่าน ชนะเลิศ และทีมชาติเกาหลีใต้ ได้รางวัลรองชนะเลิศตามลำดับ ในปี 2519 ประเทศไทยได้แชมป์คิงส์คัพครั้งแรก โดยเป็นแชมป์ร่วมกับ ทีมชาติมาเลเซีย ภายหลังจากที่มีการเริ่มมีการจัดคิงส์คัพในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2511 โดยต่อมาทีมชาติไทยได้เป็นแชมป์คิงส์คัพอีกหลายครั้งรวมทั้งสิ้น 10 ครั้งด้วยกัน สำหรับการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ ทีมชาติไทยยังไม่สามารถที่จะชนะเลิศได้ โดยความสำเร็จสูงสุดคือเข้ารอบสี่ทีมสุดท้าย ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 11 ที่จัดขึ้นที่ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2533 เช่นเดียวกับ เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่จัดขึ้นที่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2541 และ เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 14 ที่จัดขึ้นที่ ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ในปี พ.ศ. 2545และครั้งล่าสุดเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่จัดขึ้นที่ โดฮา ในปี พ.ศ. 2549 ทีมชาติไทยก็เป็นทีมเดียวในย่านอาเซียนที่ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ(8 ทีมสุดท้าย) ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเข้ารอบโดยเป็นที่ 1 ของกลุ่มซี ในปี 2537 ไทยได้ร่วมก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน กับอีก 9 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน และนอกจากนี้ ประเทศไทยได้มีการเชิญสโมสรชั้นนำจากทั่วโลก มาแข่งขันกับในประเทศไทยหลายครั้ง ได้แก่ เอฟซีปอร์โต (2540) อินเตอร์มิลาน (2540) โบคาจูเนียร์ (2540) ลิเวอร์พูล (2544) เอฟเวอร์ตัน (2548) โบลตันวันเดอร์เรอร์ (2548) แมนเชสเตอร์ซิตี (2548 ที่ไทย และ 2550 ที่อังกฤษ[3]) และสโมสรชั้นนำอื่น ๆ [แก้] การวิพากษ์วิจารณ์ทีมชาติไทยเคยสร้างความอัปยศโดยพยายามแข่งกันแพ้กับทีมอินโดนีเซียในการแข่งขันไทเกอร์คัพ 1998 ที่โฮจิมินห์ซิตี ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2541 เนื่องจากทั้งสองทีมเข้ารอบรองชนะเลิศแน่นอนแล้ว แต่ผู้ชนะซึ่งจะเป็นที่หนึ่งของกลุ่ม A จะต้องเดินทางไปแข่งในรอบรองชนะเลิศกับทีมชาติเวียดนามที่ฮานอยในวันชาติเวียดนาม ครึ่งแรกต่างฝ่ายต่างพยายามไม่ยิงประตู แต่หลังจากมีการพูดคุยกันระหว่างกรรมการและโค้ช ครึ่งหลังจึงทำประตูได้ทีมละสองประตู จนกระทั่งใกล้หมดเวลา นักเตะของอินโดนีเซียยิงเข้าประตูตัวเอง ทีมชาติไทยจึงชนะไป 3 : 2 ประตู การแข่งขันนัดนี้ทำให้ทั้งสองทีมถูกปรับเป็นเงิน 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ [4][5][6] [แก้] อันดับทีมไทยจากฟีฟ่าทีมชาติไทย ได้รับการจัดอันดับโดยฟีฟ่าในทุกเดือน โดยอันดับสูงสุดที่ทีมชาติไทยเคยได้รับ คือ อันดับที่ 43 ในปี 2541 ในปัจจุบันอันดับทีมในสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน แสดงด้านล่าง พร้อมทั้งอันดับโลกในเครื่องหมายวงเล็บ [7] ได้แก่
[แก้] ผลงาน[แก้] ฟุตบอลโลก
ทีมชาติไทยไม่มีส่วนร่วมในฟุตบอลโลกจนกระทั่ง ใน ฟุตบอลโลก 1974 ปี พ.ศ. 2517 ทีมชาติไทยได้เข้าร่วมแข่งขันในรอบคัดเลือกครั้งแรกและเข้าร่วมตลอดจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าทีมไทยจะยังไม่สามารถผ่านรอบคัดเลือกได้ ผลงานที่ดีสุดของทีมไทยในรอบคัดเลือก คือ ใน ฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือก ทีมไทยได้อันดับหนึ่งในรอบแบ่งสาย และผ่านเข้าร่วมเล่นในรอบคัดเลือกรอบสองเป็นครั้งแรก แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านรอบคัดเลือกรอบสองนี้ได้ [แก้] เอเชียนคัพ
เอเชียนคัพ นัดแข่งขันกับโอมาน ในปี 2007
[แก้] อาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ
[แก้] ผลงานอื่น
[แก้] ผลงานทีมชาติชุดเยาวชน
[แก้] ผู้เล่น
[แก้] ผู้เล่นชุด ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||