พระปรมาภิไธย
อักษรพระปรมาภิไธยย่อ มปร ในตราสัญลักษณ์ ครบ ๒๐๐ ปี แห่งการพระบรมราชสมภพ
อักษรพระปรมาภิไธยย่อ จปร ในตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียนวัดบวรนิเวศ
พระปรมาภิไธย (พระ+ปรม+อภิไธย แปลว่า ชื่ออันประเสริฐยิ่ง) [1] หมายถึง พระนามของพระมหากษัตริย์ราชเจ้า ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ หลังจากที่ได้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๔ โดยพระองค์ทรงโปรดให้เฉลิมพระปรมาภิไธยแด่พระองค์เอง และทรงเฉลิมพระปรมาภิไธย ถวายแด่ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ดังนี้
-
นับจากนั้นเป็นต้นมา ขณะประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในทุกรัชกาล ได้จัดให้มีการจารึกพระปรมาภิไธย ลงในพระสุพรรณบัฏ เพื่อบันทึกเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์
แต่เนื่องจากพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์นั้นค่อนข้างยาว ดังนั้น จึงนิยมกล่าวพระปรมาภิไธยประโยคต้นประโยคเดียว แล้วใส่เครื่องหมายไปยาลน้อยไว้ โดยอาจจะตามด้วยสร้อยพระปรมาภิไธยประโยคท้ายด้วยก็ได้ [2] ดังเช่น
-
[แก้] การลงพระปรมาภิไธยในเอกสารราชการ
การทรงลงพระปรมาภิไธยในเอกสารสำคัญต่างๆ ของทางราชการ มีรูปแบบของแต่ละรัชกาล ดังนี้
-
- รัชกาลที่ ๔: มหามงกุฎ ป.ร.
- รัชกาลที่ ๕: จุฬาลงกรณ์ ป.ร.
- รัชกาลที่ ๖: วชิราวุธ ป.ร.
- รัชกาลที่ ๗: ประชาธิปก ป.ร.
- รัชกาลที่ ๘: อานันทมหิดล ป.ร.
- รัชกาลที่ ๙: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
[แก้] พระปรมาภิไธยย่อ
อักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ในตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์
พระปรมาภิไธยย่อ คือ การย่อพระปรมาภิไธยให้เหลือเพียง ๓ ตัวอักษร โดยส่วนมาก มักใช้เป็น ตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ และ ตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธี และงานเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสสำคัญต่าง ๆ [2] ดังนี้
-
- รัชกาลที่ ๑ มีพระปรมาภิไธยย่อว่า "จปร" มาจาก "มหาจักรีบรมนาถ ปรมราชาธิราช"
- รัชกาลที่ ๒ มีพระปรมาภิไธยย่อว่า "อปร" มาจาก "มหาอิศรสุนทร ปรมราชาธิราช"
- รัชกาลที่ ๓ มีพระปรมาภิไธยย่อว่า "จปร" มาจาก "มหาเจษฎาบดินทร ปรมราชาธิราช"
- รัชกาลที่ ๔ มีพระปรมาภิไธยย่อว่า "มปร" มาจาก "มหามงกุฎ ปรมราชาธิราช"
- รัชกาลที่ ๕ มีพระปรมาภิไธยย่อว่า "จปร" มาจาก "มหาจุฬาลงกรณ์ ปรมราชาธิราช"
- รัชกาลที่ ๖ มีพระปรมาภิไธยย่อว่า "วปร" มาจาก "มหาวชิราวุธ ปรมราชาธิราช"
- รัชกาลที่ ๗ มีพระปรมาภิไธยย่อว่า "ปปร" มาจาก "มหาประชาธิปก ปรมราชาธิราช"
- รัชกาลที่ ๘ มีพระปรมาภิไธยย่อว่า "อปร" มาจาก "มหาอานันทมหิดล ปรมราชาธิราช"
- รัชกาลที่ ๙ มีพระปรมาภิไธยย่อว่า "ภปร" มาจาก "มหาภูมิพลอดุลยเดช ปรมราชาธิราช"
โดยพระปรมาภิไธยของบางพระองค์จะซ้ำกัน ดังนั้น เพื่อให้ทราบว่าเป็นรัชกาลใด เมื่อประดิษฐ์เป็นตรา ท่านจะเขียนหมายเลขประจำรัชกาลไว้ ระหว่างพระจอนของพระมหาพิชัยมงกุฎ หรือถ้าเขียนเป็นข้อความ อาจมีเลขประจำรัชกาลต่อท้าย
[แก้] พระปรมาภิไธยโดยสังเขปตามแบบพระราชนิยมรัชกาลที่ ๖
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชนิยมให้ใช้พระปรมาภิไธยโดยสังเขปโดยมีคำนำหน้าว่า "รามาธิบดีศรีสินทร" ทุกรัชกาล โดยพระองค์ได้ถวายพระปรมาภิไธยแก่บูรพกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกรัชกาล และเฉลิมพระปรมาภิไธยของพระองค์เอง [3] ดังนี้
-
- รัชกาลที่ ๑: พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก หรือ พระบาทสมด็จพระรามาธิบดีที่ 1
- รัชกาลที่ ๒: พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาอิศรสุนทร พระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือ พระบาทสมด็จพระรามาธิบดีที่ 2
- รัชกาลที่ ๓: พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรเจษฏาธิบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบาทสมด็จพระรามาธิบดีที่ 3
- รัชกาลที่ ๔: พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฏ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบาทสมด็จพระรามาธิบดีที่ 4
- รัชกาลที่ ๕: พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบาทสมด็จพระรามาธิบดีที่ 5
- รัชกาลที่ ๖: พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบาทสมด็จพระรามาธิบดีที่ 6
ส่วนในภาคภาษาอังกฤษนั้น โปรดเกล้าฯ ให้ใช้คำว่า "Rama" แล้วตามด้วยหมายเลขลำดับรัชกาลแบบเลขโรมันตามธรรมเนียมยุโรป
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์จะให้พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีใช้พระปรมาภิไธยโดยสังเขปตามแบบข้างต้นสืบไปทุกรัชกาล แต่เมื่อรัชกาลที่ ๗ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ การใช้พระปรมาภิไธยก็กลับไปใช้ตามแบบพระราชนิยมของรัชกาลที่ ๔ เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม การใช้คำว่า "Rama" แล้วตามด้วยหมายเลขลำดับรัชกาล เพื่อสื่อถึงพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ยังคงใช้สืบมาจนถึงปัจจุบัน
[แก้] พระบรมนามาภิไธย
พระบรมนามาภิไธย หมายถึง พระนามเดิมของพระมหากษัตริย์ ก่อนจะเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ [1]
[แก้] หมายเหตุ
- พระปรมาภิไธยที่ลงไว้ในบทความนี้ เป็นพระปรมาภิไธยที่เผยแพร่โดยทั่วไป โดยพระปรมาภิไธยที่แท้จริงนั้น มีความยาวมากกว่าที่ปรากฏนี้ ซึ่งสามารถค้นคว้าได้จากหน้าบทความของแต่ละรัชกาล
[แก้] อ้างอิง
- ^ 1.0 1.1 ศ.ดร.กาญจนา นาคสกุล, คลังความรู้: พระปรมาภิไธย-พระบรมนามาภิไธย จาก เว็บไซต์ ราชบัณฑิตยสถาน
- ^ 2.0 2.1 ศาสตราจารย์(พิเศษ)จำนงค์ ทองประเสริฐ, คลังความรู้: พระปรมาภิไธยย่อ โดย จาก จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๔๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เฉลิมพระปรมาภิไธย, เล่ม ๓๓, ตอน ๐ก, ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๙, หน้า ๒๑๒
|