|
|
|
ธวัทชัย โรจนะโชติกุล[แก้] ธวัทชัย โรจนะโชติกุลผู้ก่อตั้งโครงการเดอะวิสต้าเชียงใหม่ ธวัทชัย โรจนะโชติกุล หรือ "ทอมมี่" เกิดเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2496 เริ่มต้นการศึกษาที่เปาวโรฬารย่านโรงพยาบาลจุฬาและเข้าเรียนต่อที่เซนต์คา เบรียลจนจบมัธยมปลาย แล้วบินข้ามทวีปไปเรียนต่อด้านธุรกิจที่ AUCKLAND TECHNICAL INSTITUTE ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเวลา 3 ปีและได้สมรสกับนางกรกช โรจนะโชติกุล ปัจจุบันมี บุตรชาย 1 คน ธิดา 2 คน ประวัติการทำงาน คุณธวัทชัย และคุณกรกช โรจนะโชติกุล ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท ที เค อาร์ กรุ๊ป จำกัด ขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2531 โดยจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสรรค์ยกระดับคุณภาพให้กับวงการ ภาพยนตร์ไทย จากนั้นไม่นานก็ได้สานต่อเจตนารมย์เดิม ก่อตั้งโครงการเดอะวิสต้าเชียงใหม่ อันประกอบด้วย โรงภาพยนตร์ 4 โรง โรงแรมขนาด 62 ห้องพร้อมขันโตกดินเนอร์ ณ คุ้มแก้วพาเลซ จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อ...เดอะวิสต้า ตำแหน่งทางสังคม
o บริษัท โรงงานน้ำตาลท่ามะกา จำกัด
o บริษัท โรงน้ำตาลนิวกรุงไทย จำกัด
o บริษัท โรงน้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี จำกัด
o บริษัท ราชาชูรส จำกัด
o บริษัท ราชาเซรามิค จำกัด
* เจ้าของและกรรมการผู้จัดการใหญ่
o บริษัท โครงการเดอะวิสต้า เชียงใหม่
o บริษัท ที.อาร์ กรุ๊ป จำกัด
o บริษัท ที.เค.อาร์ กรุ๊ป จำกัด
คติในการดำเนินชีวิต เอาใจเขามาใส่ใจเรา ช่วยผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ หลักในการบริหาร การได้ใกล้ชิดกับผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นสิ่งที่ควรทำเพราะสามารถรับรู้ เข้าใจความต้องการของเขาได้ดีที่สุด วางตัวเป็นกลางไม่ฟังความข้างเดียวในการพิจารณาตัดสินความคิดเห็นต่อนัก อุตสาหกรรมที่ดี ต้องพยายามศึกษาโลกปัจจุบัน ตลอดเวลานำความก้าวหน้าหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์จากที่ต่างๆ มาพัฒนาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมของตน เพื่อให้ก้าวทัดเทียมต่างประเทศด้วยแรงใฝ่ฝันว่าจะต้องเข้าวงการภาพยนตร์ สร้างหนังไทยคุณภาพขึ้นให้ได้น้อยก็หนึ่งเรื่อง จึงได้รับคำแนะนำสนับสนุนจาก "คุณสรวงสุดา ชลลัมพี" เลือดเนื้อเชื้อไขตระกูล "ภักดีวิจิตร" โดยที่คุณสรวงสุดาหรือพี่หนูผู้นี้เป็นลูกสาวของคุณวิจารณ์ ภักดีวิจิตรอันเป็นพี่ชายของคุณฉลองภักดีวิจิตร นั่นเอง ทั้งเคยมีโอกาสร่วมทำงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้กับคุณฉลองและ มจ. ทิพยฉัตร ฉัตรชัย มากมายหลายสิบเรื่อง ดังผลงานภาพยนตร์จากบริษัท ที เค อาร์ กรุ๊ป จึงได้เกิดขึ้นเป็นที่รู้จักต่อมาเป็นลำดับ
* ผลงานอันดับ 1 : ชื่อ "เราสอง" โดยกำหนดสถานที่ถ่ายทำอยู่ในต่างประเทศเกือบทั้งหมดคือ สก๊อตแลนด์ ประเทศอังกฤษ
* ผลงานอันดับ 2 : ชื่อ "ผลุบโผล่" นับเป็นผลงานชิ้นหนึ่งที่สร้างเกียรติประวัติและทำรายได้ ให้กับบริษัทอย่างมหาศาล
โดยได้รับความร่วมมือจากทีมงานชื่อ "กลุ่มคนไท" ซึ่งเคยมีผลงานสร้างชื่อเสียงให้กับหนังเรื่องกะเหรี่ยงตกดอย
* ผลงานอันดับ 3 :ชื่อ "ก้อนหินในดินทราย" ซึ่งน่ายกย่องยิ่งหากรู้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เค้าโครงเรื่องมา จากคุณธวัทชัยเอง โดยใช้นามปากกาว่า "กรธวัท" เขียนเป็นแนวชีวิตเศร้าในบรรยากาศของเกาะสมุย นับเป็นความกล้าที่ทวนกระแสตลาดซึ่งกำลังนิยมหนังตลกแบบ "บุญชู" ในขณะนั้น แต่ใครจะเชื่อว่าผู้ชมที่เป็นสตรีทั้งหมดถึงกับหลั่งน้ำตาให้กับหนังเรื่อง นี้มาแล้ว
* ผลงานอันดับ 4 : ชื่อ "3 กบาล" เป็นผลงานที่หวนกลับมาเอาใจตลาดอีกครั้ง ด้วยความแปลกของเนื้อหาและชื่อหนัง
* ผลงานอันดับ 5 : ชื่อ "เดี๋ยวเล็ก เดี๋ยวใหญ่" เป็นหนังแนวแปลกอีกเรื่องที่ตามมา แนวเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กที่จู่ๆ ก็โตเป็นผู้ใหญ่ได้ในเวลาชั่วคืนเดียว
* ผลงานอันดับ 6 : หากเอ่ยชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว ทุกคนต้องร้องเป็นเสียงเดียวถึงความดีเยี่ยมและเปลี่ยนภาพพจน์ของหนังไทย ได้อย่างสิ้นเชิง " กระโหลกบางตายช้ากระโหลกหนาตายก่อน" หนังแนวฟิล์มนัวร์ ที่น้อยครั้งที่จะได้เห็นฝรั่งกล้าสร้างเป็นผลงานของผู้กำกับตุ๊กตาทอง คุณมานพ อุดมเดช พร้อมรางวัลห้อยท้ายจากหนังเรื่องนี้ อีก 8 รางวัล คือ
1. รางวัลการออกแบบฉาก และถ่ายภาพจากมหกรรมภาพยนตร์เอเชียแปซิฟิค 1991
2. รางวัลหนังแนวฟิล์มนัวร์โดดเด่น จากมหกรรมภาพยนตร์แปซิฟิค 1991
3. รางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยม จากงานประกวดภาพยนตร์ตุ๊กตาทอง 2534
4. รางวัลตัดต่อยอดเยี่ยม จากงานภาพยนตร์แห่งชาติ 2534
5. รางวัลบันทึกเสียงยอดเยี่ยม จากงานประกวดภาพยนตร์แห่งชาติ 2534
6. รางวัลถ่ายภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากชมรมวิจารณ์บันเทิง 2534
7. รางวัลตัดต่อยอดเยี่ยม จากชมรมวิจารณ์บันเทิง 2534
8. รางวัลผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม (สุรศักดิ์ วงศ์ไทย) จากงานประกวดภาพยนตร์แห่งชาติ 25 และเป็นที่น่าภาคภูมิใจอีกครั้ง เมื่อได้รับการทาบทามขอซื้อลิขสิทธิ์หนังเรื่องนี้ไปฉายที่ไต้หวัน แต่เชื่อหรือไม่แม้หนังเรื่องนี้จะสร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทมากที่สุด
หากจะบอกว่ารายได้ตกเป็นรอง "ผลุบโผล่" แน่นอน เมื่อนำยอดใช้จ่ายลงทุนสร้างหนังเรื่องมาดูให้ชัด ๆ
* ผลงานอันดับสุดท้าย ชื่อ "ตามล่า แต่หาไม่เจอ" เป็นผลงานชิ้นที่สองที่เค้าโครงเรื่องมาจาก นามปากกา "กรธวัท" ซึ่งเป็นการฉีกแนวการเขียนของ คุณธวัทชัยเอง และก็ได้รับความ สนใจอย่างล้นหลามจากคอหนังไทยอีกเช่นกัน
หลังจากประสบความสำเร็จด้านภาพยนตร์อย่างสูง บริษัท ที เค อาร์ กรุ๊ป ไม่หยุดเพียงแค่จุดนี้แต่ได้สานต่อเจตนารมย์ แผ่ขยายความยิ่งใหญ่สู่จังหวัดเชียงใหม่ เมืองแห่งการท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อโครงการเดอะวิสต้าโดยมีทั้งโรงภาพยนตร์ โรงแรม ห้องอาหารขันโตกที่เก่าแก่ที่สุด ดังนี้ * โรงภาพยนตร์ วิสต้า 1, 2 ณ เจริญเมืองบาร์ซาร์ * โรงภาพยนตร์ วิสต้า เชียงอินทร์พลาซ่า * โรงภาพยนตร์ วิสต้า แอร์พอร์ตพลาซ่า * โรงภาพยนตร์ วิสต้า โชตนา * โรงภาพยนตร์ วิสต้า มหานคร * โรงภาพยนตร์ วิสต้า แสงตะวัน * โรงภาพยนตร์ วิสต้า ณ กาดสวนแก้ว * โรงภาพยนตร์ วิสต้า 12 ห้วยแก้ว * โรงภาพยนตร์ วิสต้า ทิพย์เนตร * โรงแรมวิสต้า ณ คุ้มแก้ว พาเลซ * วิสต้า ขันโตกในคุ้มแก้วอันเก่าแก่ ผลงานชิ้นสุดท้ายล่าสุดของ บริษัท ที เค อาร์ กรุ๊ป ภายใต้โครงการเดอะวิสต้า เชียงใหม่ "วิสต้า ขันโตกดินเนอร์" บนพื้นที่เดียวกับโรงแรมวิสต้าแต่อยู่ภายในคุ้มของเจ้าแก้วนวรัตน์ในอดีต ซึ่งสร้างขึ้นด้วยไม้สักทองทั้งหลังด้วยอายุกว่า100 ปี ลักษณะทรงไทย 2 ชั้นแต่ได้รับการได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรางดงามเพื่อใช้ต้อนรับแขกผู้มา ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ล้านนาและรับประทานอาหารรสชาติพื้นเมืองได้ถึงครั้งละ 700 คน ซึ่งยอมรับว่าหากใครได้ลองสัมผัสบรรยากาศที่นี่สักครั้งจะประทับใจอย่างมิ รู้ลืม จนอยากกลับไปสัมผัสอีกครั้ง กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคม "เอาใจเขา มาใส่ใจเรา ช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่ตัวเองจะทำได้" คติประจำใจนี้ได้ถูกนำมาสร้างสรรค์ในทางปฏิบัติโดยตลอดเริ่มจากบุคคลใกล้ ชิดภายในโดยการสร้างหมู่บ้านเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยให้โอกาสพนักงาน ผ่อนเป็นของตัวเองแทนการไปเช่าอยู่ อีกทั้งให้ทุนการศึกษาแก่พนักงานที่ต้องการเสริมสร้างความรู้ ยกระดับตนเองให้สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ นอกจากนี้ยังมีการนำอาหารและสิ่งของที่เป็นประโยทุรกันดาร ทั้งในเขตจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพฯชน์ไปมอบให้กับคนชรา มอบทุนช่วยพัฒนาแก่ชุมชนบ้านทิพย์เนตรมอบทุนการศึกษากับนักเรียนที่เรียนดี แต่ยากจนในถิ่น |