|
เครื่องมือภาษาอื่น
|
ประเทศญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่นดูที่ ญี่ปุ่น (แก้ความกำกวม) ญี่ปุ่น (「日本」 Nippon / Nihon – นิฮง/นิปปง - ถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์?) เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอฮอส์ค เป็นเส้นแบ่งแดน ด้วยญี่ปุ่นมีเนื้อที่กว่า 377,873 ตารางกิโลเมตร ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นขนาดอันดับที่ 62 ของโลก และประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู และ ชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เป็นต้น ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คือมากกว่า 128 ล้านคน ก่อนหน้าที่ญี่ปุ่นจะมีความสัมพันธ์กับจีน ก็ได้เรียกตัวเองว่า ยะมะโตะ ส่วน วา (倭) เป็นชื่อที่ชาวจีนยุคแรกใช้เรียกญี่ปุ่นในช่วงยุคสามก๊ก ประเทศญี่ปุ่นมีเมืองหลวงคือโตเกียว ทั้งประเทศประกอบด้วยเกาะจำนวนมาก โดยมีเกาะใหญ่ ๆ จากทางเหนือไปทางใต้คือ ฮอกไกโด ฮอนชู (เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด) ชิโกกุ และ คิวชู
[แก้] ประวัติศาสตร์
[แก้] ยุคโบราณอารยธรรมแรกที่เริ่มปรากฏขึ้นในดินแดนญี่ปุ่นเริ่มเมื่อประมาณ 10,000 ก่อนคริสตศกราช ซึ่งเรียกกันว่าวัฒนธรรมโจมงมี ลักษณะเป็นวัฒนธรรมแบบยุคหินและสิ้นสุดเมื่อเริ่มทำการเกษตรหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดในยุคนี้ก็คือเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเครื่องปั้นดินเผานี้มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองอย่างมาก ตามที่บันทึกไว้ใน "นิฮงโชะกิ" (日本書紀, Nihonshoki) ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกของญี่ปุ่น ได้กล่าวไว้ว่าประเทศญี่ปุ่นก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 660 ปีก่อนคริสตกาล (ตามปฏิทินแบบเก่า) โดย คะมุยะมะโตะอิวะเระฮิโกะ (หรือเรียกตามชื่อรัชกาลว่า จักรพรรดิจินมุ) อย่างไรก็ดี มีความเชื่อว่าจักรพรรดิจินมุไม่ได้เป็นบุคคลจริงหรืออาจจะถูกเพิ่มเข้ามาภายหลัง ในช่วงที่มีการแก้ไขนิฮงโชะกิ ยุคต่อมาที่ต่อจากยุคโจมงคือ ยุคยาโยอิ เริ่มเมื่อประมาณ 300 ปี ก่อนคริสตศกราช เป็นยุคที่ผู้คนเริ่มเรียนรู้วิธีการปลูกข้าว การตีโลหะ ซึ่งได้รับความรู้มาจากผู้อพยพชาวจีนแผ่นดินใหญ่ บันทึกทางโบราณครั้งแรกที่ปรากฏชื่อเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นคือ หนังสือจีนราชวงศ์ฮั่นเมื่อปี พ.ศ. 600 (ค.ศ. 57) ซึ่งชาวญีปุ่นถูกเรียกว่าพวก วา(倭) และประกอบไปด้วยชนเผ่ากว่า 1,000 เผ่า ตามบันทึกของจีนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3 อาณาจักรที่ทรงอำนาจมากที่สุดในญี่ปุ่นคืออาณาจักรที่มีชื่อว่า ยะมะไทโคกุ(邪馬台国) ซึ่งปกครองด้วยราชินีฮิมิโกะ(卑弥呼) ซึ่งกษัตรีพระองค์นี้ ได้เคยส่งคณะทูตไปยังประเทศจีนผ่านทางเกาหลีด้วย คาดกันว่าประเทศญี่ปุ่นเริ่มใช้ชื่อประเทศว่า "นิฮง (日本, Nihon)" ครั้งแรก ในช่วงครึ่งหลังคริสต์ศตวรรษที่ 7 โดยพบหลักฐานในหนังสือของสาสน์ของทูตในปี พ.ศ. 1244 (ค.ศ. 701) ความหมายของคำว่า นิฮง มาจากการถือว่า "เป็นต้นกำเนิดของพระอาทิตย์เมื่อมองจากแผ่นดินใหญ่ของจีน" และโดยการทูตแล้ว ในสมัยนั้นถือว่าญี่ปุ่นมีฐานะเท่าเทียมกับแผ่นดินใหญ่ [แก้] ยุคเริ่มอารยธรรมญี่ปุ่นยุคโคะฮุง ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ถึง 7 เป็นยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มมีการปกครองแบบราชวงศ์ ซึ่งศูนย์กลางการปกครองนั้นอยู่บริเวณเขตคันไซของประเทศ เมื่อพระพุทธศาสนาได้เผยแพร่จากคาบสมุทรเกาหลี มาสู่หมู่เกาะญี่ปุ่น ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 ชนชั้นระดับปกครองของญี่ปุ่นในขณะนั้นก็ได้สนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ เจ้าชายโชโตะกุ พระองค์ได้สนับสนุนพระพุทธศาสนาอย่างมาก ถึงกับสร้างวัดหลายแห่งในประเทศญี่ปุ่น เช่น วัดชิเทนโนจิ(ปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดโอซะกะ) วัดตามแบบพุทธศาสนาแห่งแรก วัดโฮลิวจิ(ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดนะระ) เป็นต้น นอกจากนั้นเพื่อให้ประเทศอยู่ด้วยความสงบ พระองค์ได้ทรงประกาศใช้ กฎหมาย 17 มาตรา ซึ่งเป็นกฎหมายญี่ปุ่นฉบับแรกอีกด้วย ยุคนารา ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 8 เป็นยุคแรกที่มีการก่อตัวเป็นอาณาจักรที่แข็งแรงของประเทศญี่ปุ่น มีระบบการปกครองอย่างมีระบบให้เห็นได้อย่างขัดเจน โดยการนำระบอบการปกครองมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ศูนย์กลางการปกครองในขณะนั้นก็คือ เฮโจวเกียว หรือบริเวณตัวเมืองนะระในปัจจุบัน หลังจากนั้นได้ย้ายมาที่ เมืองนะงะโอะกะ และ เฮอังเกียว ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโตเกียว ตามลำดับ เมืองหลวงที่มีระยะเวลานานที่สุดก็คือ เฮอังเกียว ซึ่งได้เป็นเมืองหลวงของประเทศนานถึง 1,074 ปี ซึ่งเราได้เรียกยุคตั้งแต่สถาปนาเมืองหลวงเฮอังเกียวจนถึงการตั้ง บะกุฮุ หรือ ค่ายรัฐบาล ว่า ยุคเฮอัง
วัดคิงงะกุจิ ในเมืองเกียวโต ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น เป็นที่พำนักของโชกุนในยุคมุโระมะจิ
ระหว่างปี พ.ศ. 1337 (ค.ศ. 794) จนถึง ปี พ.ศ. 1728 ซึ่งเป็น ยุคเฮอัง นั้น ถือได้ว่าเป็นยุคทองของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นยุคสมัยที่เริ่มมีการปรากฏของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีน และของตนเอง สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดมากที่สุดคือ การประดิษฐ์ตัวอักษร ฮิรางานะ ซึ่งทำให้เกิดวรรณกรรมที่แต่งโดยตัวอักษรนี้เป็นจำนวนมาก เช่นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 11 ได้มีการแต่งนวนิยายเรื่อง นิทานเกนจิ (源氏物語) ขึ้น ซึ่งเป็นนิยายที่บรรยายเกี่ยวกับการใช้ชีวิต การปกครองของตระกูลฟุจิวะระ นอกจากนั้นนวนิยายเรื่องนี้ยังเป็นนวนิยายที่เก่าแก่รองจากนวนิยายสามอาณาจักรของเกาหลี ที่ยังมีให้เห็นในโลกอยู่อีกด้วย [แก้] ยุคศักดินายุคศักดินาญี่ปุ่นเริ่มจากการมีอำนาจการปกครองเหนือชนชั้นปกครองเดิมในญี่ปุ่นซึ่งก็คือชนชั้นราชวงศ์ ซึ่งสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 1728 (ค.ศ. 1185) ตามมาด้วยการพ่ายแพ้ของตระกูลไทระ ที่เสียให้แก่ มินะโมะโตะ โนะ โยะริโตะโมะ ซึ่งหลังจากนั้นเขาได้แต่งตั้งตนเองเป็นโชกุน และสร้าง บะกุฮุ หรือ ค่ายทหารในเมืองคะมะกุระ ยุคนี้เราเรียกว่าเป็น ยุคคะมะกุระ หลังจากการเสียชีวิตของโชกุนโยะริโตะโมะ ตระกูลโฮโจ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตระกูลโชกุนตระกูลใหม่ ซึ่งในยุคนี้ญี่ปุ่นจะต้องต่อสู้กับการุกรานของจักรวรรดิมองโกล หลังจากการรุกรานของมองโกลครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 1824 (ค.ศ. 1281) ในปี พ.ศ. 1876 (ค.ศ. 1333) คะมะกุระบะกุฮุก็ได้สูญเสียอำนาจให้แก่ อะชิกะงะ ทะกะอุจิ ซึ่งเขาได้ย้ายบะกุฮุไปตั้งไว้ที่กรุงเกียวโต เมืองหลวง และตั้งชื่อว่า มุโระมะจิบะกุฮุ หลังจากความสงบหลายร้อยปี ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเพราะบรรดาขุนนางที่หัวเมืองต่างทำสงครามเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ แผ่นดินญี่ปุ่นจึงเข้าสู่ยุคสงครามกลางเมือง หรือที่รู้จักกันว่า ยุคเซงโงะกุ สงครามดำรงอยู่หลายสิบปี จนเมื่อปี พ.ศ. 2133 (ค.ศ. 1590) โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ได้สามารถปราบปรามบ้านเมืองให้สงบลงได้ หลังจากได้รวมรวมบ้านเมืองเสร็จ โทโยโตมิ มีความคิดที่จะบุกคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเขาได้ทำการบุกถึง 2 ครั้ง จนเมื่อเขาเสียชีวิตลง โตกุงาวะ อิเอยะสึ ได้จัดการรวบรวมประเทศใหม่ และตั้งรัฐบาลใหม่ที่ เมืองเอโดะ ซึ่งรู้จักดีในชื่อยุคว่า ยุคเอโดะ [แก้] สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์
แผนที่จักรวรรดิญี่ปุ่น พ.ศ. 2485
นับตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิจนถึงสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่นซึ่งปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้ใช้ชื่อประเทศว่า "จักรวรรดิญี่ปุ่น" (คันจิอย่างเก่า: 大日本帝國; คันจิอย่างใหม่: 大日本帝国; อ่านว่า ไดนิปปงเทโกกุ) โดยมีจักรพรรดิเป็นประมุข ในยุคนี้ญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเหนือประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียมาก และยังได้ขยายอาณาเขตของประเทศออกไปอย่างกว้างขวาง โดยสามารถยึดครองดินแดนบางส่วนของประเทศจีน และดินแดนของจักรวรรดิเกาหลีทั้งหมด พร้อมทั้งล้มล้างราชวงศ์ลีของเกาหลีและจัดการปกครองโดยตรงอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำสงครามกับรัสเซียเพื่อแย่งชิงดินแดนแมนจูเรียในคาบสมุทรเหลียวตุงจนได้รับชัยชนะ ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นชาติมหาอำนาจทางทหารที่สำคัญในซีกโลกตะวันออก ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้เสริมสร้างอำนาจทางการทหารให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเข้าเป็นชาติสมาชิกของมหาอำนาจฝ่ายอักษะ ต่อมาจึงได้เปิดฉากสงครามในแถบเอเชียแปซิฟิก (ซึ่งรู้จักกันทั่วไปในชื่อ สงครามมหาเอเชียบูรพา) ในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2484 โดยการโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกาที่อ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ และการยาตราทัพเข้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แบบสายฟ้าแลบ ตลอดสงครามครั้งนั้น ญี่ปุ่นสามารถยึดครองประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ทั้งหมด แต่หลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ให้แก่สหรัฐอเมริกาในการรบทางน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตั้งแต่ พ.ศ. 2485 ญี่ปุ่นก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตรโดยง่าย ฝ่ายสหรัฐอเมริกาจึงตัดสินใช้ทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาและเมืองนางาซากิ ในวันที่ 6 และ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ตามลำดับ ญี่ปุ่นจึงประกาศยอมแฟ้อย่างไม่มีเงื่อนไขในวันที่ 15 สิงหาคม ปีเดียวกัน [แก้] การเมืองการปกครองประเทศญี่ปุ่นปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเสรีภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นประมุข แต่มีรัฐสภาเป็นสถาบันสูงสุดของรัฐ มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าของคณะรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้รับเลือกจากสมาชิกรัฐสภา นอกจากนี้ตามรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นฉบับที่ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) หรือฉบับปัจจุบันได้มีการบัญญัติไว้ว่าสมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ มิใช่องค์ประมุขและไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศ รัฐสภา (国会, คกไก) ประกอบด้วย 2 สภา คือ
พรรคการเมืองได้แก่
294 ที่นั่ง (สตรี 26 คน) ในวุฒิสภา 111 ที่นั่ง (สตรี 12 คน) หัวหน้าพรรคคือนายยาซุโอะ ฟุคุดะ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
24 ที่นั่ง (สตรี 5 คน) หัวหน้าพรรคคือนายอะกิฮิโระ โอตะ
ในสภาผู้แทนราษฎร 7 ที่นั่ง (สตรี 2 คน) ในวุฒิสภา 6 ที่นั่ง (สตรี 1 คน) หัวหน้าพรรคคือนางมิซุโฮะ ฟุคุชิมะ
2 คน) ในวุฒิสภา 9 ที่นั่ง (สตรี 3 คน) หัวหน้าพรรคคือนายคะซุโอะ ชิอิ [แก้] การแบ่งเขตการปกครองญี่ปุ่นแบ่งการปกครองออกเป็น 47 จังหวัด(บริเวณเขตและจังหวัดต่างๆของญี่ปุ่น) และ 8 ภูมิภาค ซึ่งมักจะถูกจับเข้ากลุ่มตามเขตแดนที่ติดกันที่มีวัฒนธรรมและสำเนียงการพูดใกล้เคียงกัน ทุกจังหวัดจัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด
หมายเหตุ
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||