จังหวัดสุราษฎร์ธานี

จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตราประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตราผ้าพันคอลูกเสือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตราประจำจังหวัด ตราผ้าผูกคอลูกเสือ
เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย
หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
ข้อมูลทั่วไป

(ตั้งแต่ พ.ศ. 2550)
ชื่อภาษาไทย สุราษฎร์ธานี
ชื่ออักษรโรมัน Surat Thani
ชื่อไทยอื่นๆ สุราษฎร์
ISO 3166-2 TH-84
สีประจำกลุ่มจังหวัด แสด-เหลือง ███
ต้นไม้ประจำจังหวัด เคี่ยม
ดอกไม้ประจำจังหวัด บัวผุด
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 12,891.5 ตร.กม.
(อันดับที่ 6)
ประชากร 970,424[1] คน (พ.ศ. 2550)
(อันดับที่ 22)
ความหนาแน่น 75.28 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 63)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถนนดอนนก ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
โทรศัพท์ (+66) 0 7727 2926
โทรสาร (+66) 0 7728 2175
เว็บไซต์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดสุราษฎร์ธานี มักจะเรียกกันด้วยชื่อสั้น ๆ ว่า "สุราษฎร์" ใช้อักษรย่อ "สฎ" เป็นจังหวัดในภาคใต้ตอนบน มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ และมีประชากรหนาแน่นอันดับ 64 ของประเทศ[2] นับเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีหลักฐานทั้งประวัติศาสตร์และโบราณคดีเก่าแก่[3] และยังมีแหล่งท่องเที่ยวและอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง

จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของภาคใต้ โดยมีสภาพภูมิประเทศที่หลายหลายทั้งที่ราบสูง ภูมิประเทศแบบภูเขา รวมทั้งที่ราบชายฝั่ง มีพื้นที่ครอบคลุมถึงในบริเวณอ่าวไทย ทั้งบริเวณที่เป็นทะเลและเป็นเกาะ เกาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เกาะขนาดใหญ่เป็นที่รู้จักเช่นเกาะสมุย เกาะพะงัน และหมู่เกาะอ่างทอง เนื่องจากทำเลที่ตั้งจึงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเกิดบริเวณทะเลอันดามันบ้างเป็นครั้งคราวเนื่องจากจะมีแนวเทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาภูเก็ต และเทือกเขานครศรีธรรมราช [4] แถบบริเวณจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแนวช่วยลดอิทธิพลของลมมรสุมดังกล่าว ในทางกลับกันพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปกติจะมีแหล่งกำเนิดบริเวณทะเลจีนใต้และอ่าวไทย ทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีช่วงฤดูฝนกินระยะเวลาตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนมกราคม

ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ โดยประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรเป็นหลัก โดยใช้พิ้นที่ในการทำการเกษตรประมาณร้อยละ 45 ของพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังประกอบอาชีพทางด้านปศุสัตว์ ประมง อุตสาหกรรม รวมทั้งมีการทำเหมืองแร่ด้วย

ส่วนการเดินทางมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานีสามารถใช้ได้หลายเส้นทาง ทั้งทางรถไฟ เครื่องบิน รถโดยสารประจำทาง เรือ และรถยนต์์ส่วนบุคคล

สถานที่สำคัญภายในจังหวัดนั้น มีทั้งแหล่งโบราณสถาน เช่น พระบรมธาตุไชยา พระธาตุศรีสุราษฎร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ซากเมืองโบราณสมัยอาณาจักรศรีวิชัย แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติทั้งอุทยานแห่งชาติทางบก และอุทยานแห่งชาติทางทะเล น้ำตก เกาะ แม่น้ำ เขื่อน วัด และพระอารามหลวง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีผลิตผล และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่เป็นที่รู้จัก เช่น ไข่เค็มไชยา หอยนางรม และเงาะโรงเรียน ดังที่ปรากฏในคำขวัญของจังหวัด

เนื้อหา

[แก้] ประวัติศาสตร์

จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ตั้งของเมืองเก่า เป็นศูนย์กลางของเมืองศรีวิชัย มีหลักฐานแสดงถึงการตั้งรกรากและเส้นทางสายไหมในอดีต พื้นที่อ่าวบ้านดอนเจริญขึ้นจนเป็นอาณาจักรศรีวิชัยในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ 13 โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นเครื่องยืนยันความรุ่งเรืองในอดีต ภายหลังยังเชื่อว่า เมื่ออาณาจักรตามพรลิงก์หรือเมืองนครศรีธรรมราชมีความรุ่งเรืองมากขึ้นนั้น เมืองไชยาก็เป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรของเมืองนครศรีธรรมราชด้วย ชื่อว่า "เมืองบันไทยสมอ"[5]

นอกจากนี้ในยุคใกล้เคียงกันนั้นยังพบความเจริญของเมืองที่เกิดขึ้นในบริเวณลุ่มแม่น้ำตาปี ได้แก่ เมืองเวียงสระ เมืองคีรีรัฐนิคม และเมืองท่าทอง โดยเชื่อว่าเจ้าศรีธรรมาโศก ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชนั้นอพยพย้ายเมืองมาจากเมืองเวียงสระ เนื่องจากเป็นเมืองที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล รวมทั้งเกิดโรคภัยระบาด[6] และเมื่อเมืองนครศรีธรรมราชเจริญรุ่งเรืองนั้น ได้ยกเมืองไชยา และเมืองท่าทอง เป็นเมืองสิบสองนักษัตรของตนด้วย

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งอู่เรื่อพระที่นั่งและเรือรบเพื่อใช้ในราชการที่อ่าวบ้านดอน ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ย้ายที่ตั้งเมืองท่าทองมายังอ่าวบ้านดอน (ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีในปัจจุบัน) พร้อมทั้งยกฐานะให้เป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร และพระราชทานชื่อว่า "เมืองกาญจนดิษฐ์"[5] โดยแต่งตั้งให้พระยากาญจนดิษฐ์บดีเป็นเจ้าเมืองดูแลการปกครอง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองกาญจนดิษฐ์ เมืองคีรีรัฐนิคม และเมืองไชยาเป็นเมืองเดียวกัน เรียกว่า "เมืองไชยา" ภายใต้สังกัดมณฑลชุมพร

เมื่อเมืองขยายใหญ่ขึ้น จึงมีการปรับเปลี่ยนการปกครองและขยายเมืองออกไป มีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นที่ อ่าวบ้านดอน ให้ชื่อเมืองใหม่ว่า อำเภอไชยา และให้ชื่อเมื่องเก่าว่า "อำเภอพุมเรียง" แต่เนื่องด้วยประชาชนยังติดเรียกชื่อเมืองเก่าว่า "อำเภอไชยา" ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชทานนามเมืองใหม่ที่บ้านดอนว่า "สุราษฎร์ธานี" และให้ชื่อเมืองเก่าว่า "อำเภอไชยา"[7] และทรงพระราชทานนามแม่น้ำตาปี ให้ในคราวเดียวกันนั้นเอง ซึ่งเป็นการตั้งชื่อตามแบบเมืองและแม่น้ำในประเทศอินเดียที่มีแม่น้ำตาปติไหลลงสู่ทะเลออกผ่านปากอ่าวที่เมืองสุรัฎร์[5]

[แก้] สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

  • ตราประจำจังหวัด คือ พระบรมธาตุไชยา ซึ่งมีศิลปะแบบศรีวิชัย ตั้งอยู่ ณ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร โดยสร้างขึ้นเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-14 และเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย [8]
  • ต้นไม้ประจำจังหวัด ได้แก่ เคี่ยม (Cotylelobium melanoxylon)
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด ได้แก่ ดอกบัวผุด (Rafflesia kerrii)
  • คำขวัญประจำจังหวัด ได้แก่ เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ
    • คำขวัญประจำจังหวัดในอดีต แต่งโดยพระเทพรัตนกวี (ก.ธรรมวร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี: "สะตอวัดประดู่ พลูคลองยัน ทุเรียนหวานมันคลองพระแสง ย่านดินแดงของป่า เคียนซาบ่อถ่านหิน พุนพินมีท่าข้ามแม่น้ำตาปี ไม้แก้วดีเขาประสงค์ กระแดะดงลางสาด สิ่งประหลาดอำเภอพนม เงาะอุดมบ้านส้อง จากและคลองในบาง ท่าฉางต้นตาล บ้านนาสารแร่ ท่าทองอุแทวัดเก่า อ่าวบ้านดอนปลา ไชยาข้าว มะพร้าวเกาะสมุย"
  • เพลงประจำจังหวัด
    • สุราษฎร์ธานี

สุราษฎร์ธานี รุ่งเรืองสมเมืองคนดี อีกธารตาปี งามพระธีรราช ประทาน เป็นแดนอุดม ไม้ ปลา มะพร้าว มะเนิ่นนาน เหล่าราษฎร์สุขศานต์ มุ่งมั่นขยันทำกิน มิ่งขวัญ............. ชาวเมือง............. มีองค์พระธาตุ พุทธศาสน์ประเทืองถิ่น ชนกตัญญูยิ่ง เมตตาอยู่อาจินต์ ร่วมรักแผ่นดิน คนดีอยู่นี้ไชโย (ซ้ำอีกรอบ)

    • มนต์สุราษฎร์ธานี

สุราษฎร์ธานี สายน้ำตาปีไหลล่อง สองริมฝั่งน้ำเจิ่งนอง งามเรืองรองทั่วทั้งธานิน สุราษฎร์ธานี เป็นเมืองมั่งมีทรัพย์สิน ผู้คนตั้งใจทำกิน ทั่วท้องถิ่นเจริญเพลินตา เขาศรีวิชัย อยู่ในอำเภอพุนพิน ดอนสัก พุมเรียง วังหิน ธารน้ำรินสวนโมกไชยา เขาสกเชี่ยวหลาน ท่าเพชร นาสารเคียนซา ทุ่งทองอนุรักษ์สัตว์ป่า น้ำตกวิภาวดี ร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดงแหล่งธรรม เกาะสมุยงามล้ำ ชุ่มฉ่ำชั่วนาตาปี หินตาหินยาย หินงูแหลมสอเจย์ดี เกาะพะงันแหล่งนี้ ยังมีสระมโนราห์ น้ำตกจอมทอง น่ามองอ่าวทองนายปาน เพลิดเพลินวนอุทยาท สมนามสุราษฎร์ธานี

[แก้] ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี

รายชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี [9]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 พระยาวรฤทธิ์ฦาไชย ไม่ทราบข้อมูล 2 พระยาชุมพรบุรีศรีสมุทเขต พ.ศ. 2449-พ.ศ. 2458
3 พระยาพิศาลสารเกษตร์ พ.ศ. 2458-พ.ศ. 2459 4 พระยาวิชิตภักดีศรีสุราษฎร์ธานินทร์ พ.ศ. 2459-พ.ศ. 2461
5 พระยาศรีมหาเกษตร พ.ศ. 2461-พ.ศ. 2463 6 พระยาสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2464-พ.ศ. 2469
7 พระบริบูรณ์วุฒิราษฎร์ พ.ศ. 2470-พ.ศ. 2477 8 หลวงสฤษฏสาราลักษ์ พ.ศ. 2477-พ.ศ. 2481
9 หลวงอรรถกัลยาณวินิจ พ.ศ. 2482-พ.ศ. 2485 10 นายชลอ จารุจินดา พ.ศ. 2485-พ.ศ. 2486
11 หลวงเกษมประศาสน์ พ.ศ. 2486-พ.ศ. 2487 12 ขุนสำราษราษฎร์บริรักษ์ พ.ศ. 2487-พ.ศ. 2487
13 นายแม้น อรจันทร์ พ.ศ. 2487-พ.ศ. 2489 14 ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ พ.ศ. 2489-พ.ศ. 2492
15 นายเลื่อน ไขแสง พ.ศ. 2492-พ.ศ. 2496 16 ขุนอักษณสารสิทธิ์ พ.ศ. 2496-พ.ศ. 2497
17 นายจันทร์ สมบูรณ์กุล พ.ศ. 2497-พ.ศ. 2501 18 นายฉลอง รมิตานนท์ พ.ศ. 2501-พ.ศ. 2503
19 นายประพันธ์ ณ พัทลุง พ.ศ. 2503-พ.ศ. 2509 20 นายพร บุญยะประสพ พ.ศ. 2509-พ.ศ. 2511
21 นายคล้าย จิตพิทักษ์ พ.ศ. 2511-พ.ศ. 2515 22 นายอรุณ นาถะเดชะ พ.ศ. 2515-พ.ศ. 2517
23 นายอนันต์ สงวนนาม พ.ศ. 2517-พ.ศ. 2519 24 นายชลิต พิมลศิริ พ.ศ. 2519-พ.ศ. 2521
25 นายกาจ รักษ์มณี พ.ศ. 2521-พ.ศ. 2522 26 นายสนอง รอดโพธิ์ทอง พ.ศ. 2522-พ.ศ. 2524
27 นายไสว ศิริมงคล พ.ศ. 2524-พ.ศ. 2526 28 นายนิพนธ์ บุญญภัทโร พ.ศ. 2526-พ.ศ. 2530
29 นายวิโรจน์ ราชรักษ์ พ.ศ. 2530-พ.ศ. 2532 30 นายดำริ วัฒนสิงหะ พ.ศ. 2532-พ.ศ. 2533
31 นายอนุ สงวนนาม พ.ศ. 2533-พ.ศ. 2535 32 นายประพัฒน์พงษ์ บำเพ็ญสิทธิ์ พ.ศ. 2535-พ.ศ. 2537
33 นายประยูร พรหมพันธุ์ พ.ศ. 2537-พ.ศ. 2538 34 นายปรีชา รักษ์คิด พ.ศ. 2539-พ.ศ. 2540
35 นายนิเวศน์ สมสกุล พ.ศ. 2540 - พ.ศ. 2541 36 นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ พ.ศ. 2541-พ.ศ. 2543
37 นายชาญชัย สุนทรมัฏฐ์ พ.ศ. 2543-พ.ศ. 2544 38 นายยงยุทธ ตะโกพร พ.ศ. 2544-พ.ศ. 2545
39 ม.ล.ประทีป จรูญโรจน์ พ.ศ. 2545-พ.ศ. 2546 40 นายธีระ โรจนพรพันธุ์ พ.ศ. 2546-พ.ศ. 2547
41 นายวิจิตร วิชัยสาร พ.ศ. 2547-พ.ศ. 2549 42 นายนิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว พ.ศ. 2549-พ.ศ. 2550
43 นายวินัย บัวประดิษฐ์ พ.ศ. 2550-ปัจจุบัน

[แก้] ภูมิศาสตร์

[แก้] ที่ตั้งและอาณาเขต

สภาพภูมิประเทศของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
สภาพภูมิประเทศของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

จังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของภาคใต้ โดยมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ และอันดับ 1 ของภาคใต้[10] โดยมีจังหวัดที่มีอาณาเขตติดกัน ดังนี้

โดยทะเลฝั่งอ่าวไทยนั้นมีชายฝั่งยาวประมาณ 156 กิโลเมตร โดยมีเกาะที่อยู่ภายใต้เขตการปกครองของจังหวัดฯ ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และหมู่เกาะอ่างทองและยังมีเกาะน้อยใหญ่อีกมากมาย จึงได้ชื่อว่าเมืองร้อยเกาะ เช่นเกาะนางยวน

[แก้] ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีพื้นที่กว้างใหญ่ และมีสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย ได้แก่ ภูมิประเทศแบบที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบสูง รวมทั้งภูมิประเทศแบบภูเขาซึ่งกินพื้นที่ของจังหวัดถึงร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด [11] โดยมีทิวเขาภูเก็ตทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ของจังหวัด และมีลุ่มน้ำที่สำคัญ คือ ลุ่มน้ำตาปี ไชยา ท่าทอง เป็นต้น

ด้านตะวันออกเป็นฝั่งทะเลอ่าวไทย และมีเกาะน้อยใหญ่ที่มีประชากรอาศัย ส่วนด้านตะวันตกมีลักษณะเป็นภูเขาสูง มีแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำตาปี

เนื่องจากทำเลที่ตั้งรวมถึงภูมิประเทศ จังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านอ่าวไทย ดังนั้น จึงทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีช่วงฤดูฝนยาวนานมาก โดยกินระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนมกราคม โดยจังหวัดสุราษฏร์ธานีมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 21.16 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 34.51 องศาเซลเซียส [12] และปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 129.59 มิลลิเมตร [13]

[แก้] หน่วยการปกครอง

[แก้] การปกครองส่วนภูมิภาค

จังหวัดสุราษฎร์ธานีแบ่งการปกครองออกเป็น 19 อำเภอ 131 ตำบล 1,028 หมู่บ้าน มีรายชื่ออำเภอดังนี้

  1. อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
  2. อำเภอกาญจนดิษฐ์
  3. อำเภอดอนสัก
  4. อำเภอเกาะสมุย
  5. อำเภอเกาะพะงัน
  6. อำเภอไชยา
  7. อำเภอท่าชนะ
  8. อำเภอคีรีรัฐนิคม
  9. อำเภอบ้านตาขุน
  10. อำเภอพนม
  1. อำเภอท่าฉาง
  2. อำเภอบ้านนาสาร
  3. อำเภอบ้านนาเดิม
  4. อำเภอเคียนซา
  5. อำเภอเวียงสระ
  6. อำเภอพระแสง
  7. อำเภอพุนพิน
  8. อำเภอชัยบุรี
  9. อำเภอวิภาวดี
แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง
แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง

[แก้] การปกครองส่วนท้องถิ่น

แบ่งออกเป็น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลนคร 2 เทศบาลเมือง 21 เทศบาลตำบล และ 119 องค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีรายชื่อเทศบาลดังนี้

  1. เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี
  2. เทศบาลเมืองท่าข้าม
  3. เทศบาลเมืองนาสาร
  4. เทศบาลตำบลเกาะสมุย
  5. เทศบาลตำบลวัดประดู่
  6. เทศบาลตำบลดอนสัก
  7. เทศบาลตำบลกาญจนดิษฐ์
  8. เทศบาลตำบลเวียงสระ
  1. เทศบาลตำบลพุมเรียง
  2. เทศบาลตำบลท่าทองใหม่
  3. เทศบาลตำบลตลาดไชยา
  4. เทศบาลตำบลท่าฉาง
  5. เทศบาลตำบลพนม
  6. เทศบาลตำบลเขาพัง
  7. เทศบาลตำบลเกาะพะงัน
  8. เทศบาลตำบลบางสวรรค์
  1. เทศบาลตำบลท่าชนะ
  2. เทศบาลตำบลบ้านนา
  3. เทศบาลตำบลย่านดินแดง
  4. เทศบาลตำบลท่าขนอน
  5. เทศบาลตำบลเขาวง
  6. เทศบาลตำบลเคียนซา
  7. เทศบาลตำบลบ้านส้อง
  8. เทศบาลตำบลช้างซ้าย

[แก้] เศรษฐกิจ

[แก้] การเกษตร

การประกอบอาชีพประมง
การประกอบอาชีพประมง

ประชากรในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 116,202 บาท ต่อปี[14] โดยส่วนมากจะประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ โดยใช้ที่ดินเพื่อทำการเพาะปลูกประมาณ 45% ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เงาะ ทุเรียน และกาแฟ[15]

นอกจากนั้น ยังมีการเลี้ยงปศุสัตว์และการทำประมง โดยปศุสัตว์ที่นิยมเลี้ยงกันมาก เช่น โค กระบือ สุกร ไก่ แพะ โดยปศุสัตว์ที่มีมูลค่าผลผลิตมากที่สุด คือ โค สุกร ไก่ กระบือ และเป็ดตามลำดับ ส่วนด้านการประมงนั้น มีทั้งการประมงน้ำเค็ม น้ำกร่อย การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการประมงน้ำจืด [16][15]

[แก้] อุตสาหกรรม

ทางด้านอุตสาหกรรมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากผลผลิตทางเกษตรกรรม เช่น อุตสาหกรรมปลาป่น อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทะเลกระป๋อง น้ำมันปาล์มดิบ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ซึ่งในจังหวัดมีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 730 โรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีมากที่สุด[15]

นอกจากนี้ ยังมีการให้สัมปทานเหมืองแร่ โดยแร่ที่สำคัญในจังหวัด ได้แก่ ยิบซั่ม โดโลไมต์ แอนไฮโครต์ หินปูน ดินขาว และบอลเคลย์[15]

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่ได้รวมอยู่ในบริเวณศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ แต่จะตั้งอยู่บริเวณถนนตลาดใหม่ ระหว่างซอย 7 และซอย 9 ถัดไปจากที่ว่าการอำเภอเมืองฯ เพียงเล็กน้อย

[แก้] ประชากร

ประชากรท้องถิ่นดั้งเดิมของจังหวัด ได้แก่ ชนพื้นเมืองนิกริโต ต่อมาเมื่อมีการติดต่อค้าขายกับภายนอกมากขึ้น ก็ทำให้ชาวต่างชาติมาตั้งรกรากอยู่ที่สุราษฎร์ธานีมากขึ้น เช่น ชาวจีน ชาวมาเลย์ ชาวญวน จึงเกิดการผสมผสานสายเลือดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีนและญวนมักจะตั้งถิ่นฐานอยู่ภายในชุมชนเมือง ในขณะที่ชาวไทยมุสลิมและอินเดีย มักอาศัยอยู่ในชนบท และตามชายฝั่งทะเล[17]

[แก้] ศาสนา

ในอดีตจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับอิทธิพลการนับถือศาสนาพราหมณ์และพุทธจากประเทศอินเดีย แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเผยแพร่เข้ามาเมื่อใด[17] โดยในปัจจุบัน ประชากรของจังหวัดสุราษฎร์ธานีนับถือศาสนาพุทธ ประมาณ 97.5% ศาสนาอิสลามประมาณ 2% และศาสนาคริสต์ประมาณ 0.5% [18]

[แก้] การศึกษา

สุราษฎร์ธานีนับได้ว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนกระทั่งถึงระดับอุดมศึกษา ในระดับปฐมวัยและระดับมัธยมศึกษานั้น ดูแลโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี แบ่งออกเป็น 3 เขต โดยแต่ละเขตจะรับผิดชอบการศึกษาของแต่ละอำเภอในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีโรงเรียนในจังหวัดประมาณ 490 แห่ง [19] นอกจากนี้ ยังมีการจัดการเรียนในระดับอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี (และที่เปิดสาขาเป็นศูนย์การศึกษาสุราษฎร์ธานี)ดังต่อไปนี้ เช่น

นอกจากนี้